ออฟฟิศขนาด 20–30 คนมักมีกุญแจส่วนกลาง 20–40 ดอก ตั้งแต่ห้องประชุม ตู้เอกสาร ไปจนถึงรถบริษัท แต่แทบไม่มีใครตอบได้ว่าตอนนี้แต่ละดอกอยู่กับใครค่ะ ตู้เก็บกุญแจสำนักงานที่มาพร้อมระบบยืม-คืนง่าย ๆ ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ในวันเดียว วันนี้เราจะเล่าผ่านหัวข้อเหล่านี้นะคะ
- 1- กุญแจอะไรบ้างในออฟฟิศที่ควรเก็บเข้าตู้
- 2- ทำไมกุญแจออฟฟิศถึงหายบ่อย
- 3- ระบบยืม-คืน 4 ขั้นตอน
- 4- เลือกแบบรหัสหรือแบบกุญแจ
- 5- เลือกขนาดกี่ดอกดี
- 6- ติดตั้งและสั่งซื้อในนามบริษัท
ออฟฟิศมีกุญแจอะไรบ้าง ที่ควรเก็บเข้าตู้?
กุญแจที่ใช้ร่วมกันหลายคน หรือมีคนยืมไปใช้เป็นครั้งคราว ควรเก็บเข้าตู้ทั้งหมดค่ะ ส่วนกุญแจส่วนตัวที่พนักงานถือประจำไม่ต้องเก็บ
- 1- ห้องและประตู ห้องประชุม ห้องเก็บของ ห้องเซิร์ฟเวอร์ ห้องเอกสาร ประตูหลัง และประตูดาดฟ้า
- 2- ตู้และลิ้นชัก ตู้เอกสารแต่ละแผนก ตู้เก็บอุปกรณ์สำนักงาน ตู้ยา และกล่องรับจดหมาย
- 3- รถบริษัท กุญแจรถส่งของ รถผู้บริหาร และรถรับส่ง ซึ่งมักหายบ่อยที่สุดเพราะออกนอกออฟฟิศทุกวัน
- 4- กุญแจสำรอง สำรองของประตูหลักและห้องสำคัญ ที่ต้องมีไว้เผื่อวันที่คนถือกุญแจหลักไม่มาทำงาน
รุ่นที่เหมาะกับงานนี้
เลือกตามจำนวนกุญแจที่ต้องเก็บ แล้วเผื่อช่องว่างไว้ราว 20% สำหรับกุญแจที่จะเพิ่มในอนาคต
- กล่องเก็บกุญแจ 48 ดอก สีครีม — 690 บาท (กุญแจล็อค)
- กล่องกุญแจรหัสล็อค 48 ดอก สีดำ — 990 บาท (รหัสล็อค)
- กล่องเก็บกุญแจ 60 ดอก สีครีม — 990 บาท (กุญแจล็อค)
ส่งฟรีทั่วไทย · เก็บเงินปลายทาง · ออกใบกำกับภาษีได้ · แถมป้ายแขวนกุญแจครบทุกดอก
ทำไมกุญแจในออฟฟิศถึงหายบ่อย?
สาเหตุหลักไม่ใช่เพราะพนักงานสะเพร่าค่ะ แต่เพราะไม่มีที่อยู่ประจำและไม่มีใครรู้ว่าใครยืมไป
- 1- กุญแจอยู่ในลิ้นชักของใครสักคน พอคนนั้นลาหรือไม่อยู่ ทั้งแผนกเปิดห้องไม่ได้
- 2- ยืมไปแล้วไม่ได้คืนที่เดิม ไปวางไว้บนโต๊ะอื่นหรือติดกระเป๋ากลับบ้าน สุดท้ายต้องถามกันทั้งออฟฟิศ
- 3- ไม่รู้ว่ามีกุญแจกี่ดอก พอไม่เคยนับ ก็ไม่รู้ว่าดอกไหนหายไปตั้งแต่เมื่อไร
- 4- พนักงานลาออกแล้วกุญแจตามไปด้วย โดยเฉพาะกุญแจสำรองที่ไม่มีใครจำได้ว่าให้ใครไป
ถ้ากุญแจห้องเซิร์ฟเวอร์หรือห้องเอกสารหายและหาไม่เจอ ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือเปลี่ยนกุญแจชุดนั้นใหม่ทั้งชุด ซึ่งเสียทั้งเงินและเวลามากกว่าราคาตู้หลายเท่าค่ะ
ระบบยืม-คืนกุญแจ 4 ขั้นตอน ทำยังไง?
ตู้ 1 ใบ ป้ายแขวน 1 ชุด และสมุด 1 เล่ม ก็พอค่ะ ไม่ต้องใช้โปรแกรมหรือระบบราคาแพง
- 1- ตะขอ 1 อัน = กุญแจ 1 ดอก เขียนหมายเลขและชื่อกุญแจลงบนป้ายแขวนที่แถมมากับตู้ ติดหมายเลขเดียวกันไว้ใต้ตะขอ ตะขอไหนว่างเห็นได้ทันที
- 2- แยกสีป้ายตามแผนก เช่น บัญชีสีหนึ่ง ฝ่ายขายอีกสี รถบริษัทอีกสี คนหยิบจะหาเจอเร็วและไม่หยิบผิดแผนก
- 3- สมุดยืม-คืนแขวนข้างตู้ ใครหยิบกุญแจต้องเขียนหมายเลขดอก ชื่อ เวลายืม และเวลาคืน ตะขอไหนว่างก็เปิดสมุดดูได้เลยว่าใครถืออยู่
- 4- ธุรการตรวจนับทุกเย็นวันศุกร์ นับตะขอว่างเทียบกับสมุด ถ้ามีดอกที่ยืมเกินวันก็ตามคืนได้ก่อนจะหายจริง
ระบบเดียวกันนี้ใช้กับหน่วยงานราชการได้ด้วย ดูตัวอย่างการวางระบบให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ที่ ตู้เก็บกุญแจหน่วยงานราชการ อบต. เทศบาล ค่ะ
ออฟฟิศควรใช้แบบรหัสหรือแบบกุญแจดีกว่ากัน?
ออฟฟิศที่หลายคนต้องเปิดตู้ได้ควรใช้แบบรหัสล็อคค่ะ ถ้ามีคนดูแลตู้คนเดียวและต้องเก็บกุญแจจำนวนมาก แบบกุญแจล็อคคุ้มกว่า
- 1- แบบรหัสล็อค (20–60 ดอก ราคา 535–1,090 บาท) ไม่ต้องพกกุญแจตู้ ธุรการตั้งรหัสเองได้ และพอมีพนักงานลาออกก็เปลี่ยนรหัสใหม่ได้ทันที ไม่ต้องเปลี่ยนตู้
- 2- แบบกุญแจล็อค (10–160 ดอก ราคา 329–1,450 บาท) ราคาเริ่มต้นถูกกว่า มีรุ่นใหญ่ถึง 160 ดอก เหมาะกับออฟฟิศที่ให้ธุรการหรือผู้จัดการถือกุญแจตู้คนเดียว
- 3- ข้อควรระวังของแบบกุญแจล็อค ต้องมีคนรับผิดชอบกุญแจตู้ชัดเจน ถ้ากุญแจตู้ไปอยู่กับคนที่ลาออก ต้องเปลี่ยนกุญแจตู้ใหม่
อ่านการเปรียบเทียบละเอียดได้ที่ กล่องกุญแจรหัสล็อค vs กุญแจล็อค เลือกแบบไหนดี นะคะ
ตู้เก็บกุญแจสำนักงาน ควรใช้กี่ดอก?
นับกุญแจทุกดอกที่ต้องเก็บ แล้วเผื่อเพิ่มอีกประมาณ 20% ค่ะ ออฟฟิศมักมีห้องหรือตู้เพิ่มขึ้นทุกปี ถ้าซื้อตู้พอดีเป๊ะจะเต็มเร็ว
| ขนาดออฟฟิศ | กุญแจที่ต้องเก็บ | แบบรหัสล็อค | แบบกุญแจล็อค |
|---|---|---|---|
| ออฟฟิศเล็ก / สาขา | ไม่เกิน 15 ดอก | 20 ดอก · 535 บาท | 20 ดอก · 490 บาท |
| ออฟฟิศ 10–20 คน | 16–25 ดอก | 36 ดอก · 890 บาท | 30 ดอก · 590 บาท |
| ออฟฟิศ 20–50 คน | 26–40 ดอก | 48 ดอก · 990 บาท | 48 ดอก · 690 บาท |
| ออฟฟิศใหญ่ / มีรถบริษัทหลายคัน | 41–50 ดอก | 60 ดอก · 1,090 บาท | 60 ดอก · 990 บาท |
| อาคารสำนักงานทั้งอาคาร | มากกว่า 50 ดอก | — | 80–160 ดอก · 1,090–1,450 บาท |
ถ้ามีรถบริษัทมากกว่า 5 คัน แนะนำให้แยกตู้กุญแจรถออกมาอีกใบค่ะ กุญแจรถถูกยืมบ่อยกว่ากุญแจห้องมาก การแยกตู้ทำให้ตรวจได้ง่ายว่าคันไหนออกไปกับใคร
ติดตั้งตรงไหน และสั่งในนามบริษัทได้ไหม?
ติดตั้งในห้องธุรการหรือใกล้โต๊ะคนที่รับผิดชอบกุญแจ ในจุดที่คนนอกเดินผ่านไม่เห็น และสั่งในนามบริษัทพร้อมใบกำกับภาษีได้ค่ะ
- 1- ตัวตู้เป็นกล่องโลหะเคลือบสีกันสนิม มีสีครีม และแบบรหัสล็อคมีสีดำให้เลือก เข้ากับออฟฟิศได้ง่าย
- 2- ทุกรุ่นแถมป้ายแขวนกุญแจครบตามจำนวนดอก และชุดติดตั้งฝาผนัง ติดเสร็จใช้งานได้วันเดียว
- 3- ติดที่ระดับสายตา ใกล้กับที่วางสมุดยืม-คืน คนหยิบกุญแจจะได้ลงชื่อทุกครั้งโดยไม่ต้องเดินไปไหน
- 4- ออกใบกำกับภาษีได้ ส่งฟรีทั่วไทย เก็บเงินปลายทางได้ ส่งจากพัทลุง ถึงประมาณ 2–3 วัน
สรุปง่าย ๆ ค่ะ กุญแจออฟฟิศไม่ได้หายเพราะคนขี้ลืม แต่หายเพราะไม่มีที่อยู่และไม่มีใครรู้ว่าใครยืมไป ตู้ 1 ใบกับสมุด 1 เล่มแก้ได้ทั้ง 2 เรื่อง ถ้ายังไม่แน่ใจว่าออฟฟิศของคุณควรใช้รุ่นไหน บอกจำนวนกุญแจมาได้เลย เราช่วยเลือกให้ค่ะ เลือกขนาดที่เหมาะกับงานคุณ ปรึกษาได้เลยค่ะ 😊
แจกฟรี: ทะเบียนกุญแจส่วนกลางสำนักงาน
ทำครั้งเดียวตอนจัดตู้ใหม่ ระบุว่าแต่ละช่องคือกุญแจอะไร มีสำรองกี่ดอก ใครดูแล และใครยืมได้บ้าง พนักงานใหม่ก็หยิบถูกดอกโดยไม่ต้องถาม
| เลขช่อง | กุญแจของ | สำรอง (ดอก) | ผู้ดูแล | ใครยืมได้ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ห้องประชุมใหญ่ | 2 | ธุรการ | ทุกคน |
| 2 | ตู้เอกสารบัญชี | 1 | หัวหน้าบัญชี | ฝ่ายบัญชี |
| 3 | รถบริษัท กข-1234 | 2 | ธุรการ | ต้องขออนุมัติ |
บันทึกการยืมรายครั้งใช้คู่กับ ใบยืม-คืนกุญแจ แจกฟรี
คำถามที่พบบ่อย
ตู้เก็บกุญแจสำนักงาน ควรใช้กี่ดอก?
นับกุญแจทุกดอกที่ออฟฟิศมี แล้วเผื่อเพิ่มอีกประมาณ 20% ค่ะ กุญแจไม่เกิน 15 ดอกใช้รุ่น 20 ดอก 16–25 ดอกใช้รุ่น 30–36 ดอก และ 26–40 ดอกใช้รุ่น 48 ดอก ถ้ามีรถบริษัทให้นับกุญแจรถรวมด้วย
พนักงานลาออก ต้องเปลี่ยนตู้เก็บกุญแจไหม?
ถ้าเป็นแบบรหัสล็อคไม่ต้องเปลี่ยนค่ะ แค่ตั้งรหัสใหม่ในวันที่พนักงานคนนั้นออก ส่วนแบบกุญแจล็อคให้ตรวจว่าได้กุญแจตู้คืนครบ ถ้าไม่ครบควรเปลี่ยนกุญแจตู้
จะรู้ได้ยังไงว่าใครยืมกุญแจไป?
ใช้ตะขอ 1 อันต่อกุญแจ 1 ดอก คู่กับสมุดยืม-คืนข้างตู้ ใครหยิบกุญแจต้องลงชื่อ เวลา และเวลาคืน ตะขอไหนว่างก็เปิดสมุดดูได้ทันทีว่าใครถืออยู่ค่ะ
